กรุงลอนดอน  (London)
เป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลก มากว่า 2,000 ปี เป็นศูนย์รวมวัฒนธรรม ประเพณีในรูปแบบที่เคร่งครัดและมีแบบแผน ในช่วงศตวรรษที่ 21 ลอนดอนมีการปรับปรุงเมืองครั้งใหญ่  ทำให้เกิดสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆมากมาย

 

 

     
 

ลอนดอนอาย (London Eye)
สร้างขึ้นริมแม่น้ำเทมส์ (Thames River) ระหว่างสะพานเวสต์มินสเตอร์ (Westminster Bridge) กับสะพานฮันเกอร์ฟอร์ด (Hungerford Bridge) เป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป มีความสูง 135 เมตร ก่อสร้างด้วยโครงเหล็กค้ำข้างเดียว (รูปตัว A) ที่สูงที่สุดในโลก ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 3 ล้านคนต่อปี

 

 

     
 

พระราชวังบัคคิงแฮม (Buckingham Palace)
ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน เดิมชื่อ “คฤหาสน์บัคคิงแฮม” (Buckingham House) เป็นพระราชวังที่ประทับอย่างเป็นทางการของราชวงศ์อังกฤษ และยังเป็นสถานที่ใช้สำหรับการเลี้ยงรับรองของรัฐ ภายในประกอบด้วยห้องต่างๆมากมาย อาทิ ห้องบังลังก์ของกษัตริย์ ห้องเสวยพระกระยาหาร ห้องแกลลอรี่ ฯลฯ ซึ่งทุกห้องได้รับการตกแต่งอย่างงดงามอลังการ ส่วนภายนอกยังมีสวนที่ประดับประดาด้วยต้นไม้-ดอกไม้อย่างสวยงามเหมาะแก่การเดินเยี่ยมชมทัศนียภาพ อีกอย่างที่ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี คือการชมการผลัดเปลี่ยนเวร (Changing the Guard) โดยจะเริ่มเวลา 11.30 น. ใช้เวลาทั้งหมด 40 นาที แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในวันที่มีเหตุการณ์สำคัญหรืองดเมื่อเกิดฝนตก

     
 

พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ (Westminster Palace)     
สำหรับนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะไปชมความยิ่งใหญ่และงดงามของ "พระราชวังเวสต์มินส      เตอร์" ตั้งอยู่บริเวณฝั่งเหนือของแม่น้ำเทมส์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1016 มีห้องทั้งหมดประมาณ 1,100 ห้อง มี   บันได 100 บันได มีระเบียงยาวรวมกันประมาณ 4.8 กิโลเมตร ปัจจุบันท้องพระโรงยังใช้ทำพิธีในงาน   สำคัญ อย่างการตั้งศพของบุคคลสำคัญก่อนที่จะนำไปฝังด้วย

 

     
 

วิหารเวสต์มินสเตอร์ (Westminster Abbey)    
เป็นสถานที่ใช้ในการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และฝังพระบรมศพของพระมหากษัตริย์  อังกฤษและพระบรมวงศานุวงศ์ เดิมเป็นอารามในนิกายโรมันคาทอลิก แต่ปัจจุบันกลายเป็นโบสถ์ในนิกาย แองกลิคัน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน โดยสถาปัตยกรรมที่ปรากฎในปัจจุบันเป็นแบบกอธิค (Gothic) ในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 สถานที่แห่งนี้ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอารามหลวง (Royal Peculiar)

 

     
 

หอนาฬิกาบิ๊กเบน (Big Ben Clock Tower)
Big Ben เป็นนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่บริเวณพระราชวังเวสต์มินสเตอร์  บนหอสูง 180 ฟุต มีบันไดขึ้นไป 293 ขั้น หน้าปัดกว้าง 23  ฟุต ตัวเลขบอกเวลายาว 24 นิ้ว ระฆังตีหนัก 14 ตัน เดินด้วยกำลังเครื่องจักรไฟฟ้า และนับว่าเป็นนาฬิกาที่มีความสำคัญมากที่สุดของโลกด้วย เพราะหอดูดาวที่เมืองกรีนิช ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมเวลามาตรฐานของโลก (Greenwich) ใช้เป็นเครื่องบอกเวลามาตรฐานผ่านทางสถานีวิทยุบีบีซี (BBC) ออกอากาศทุกวันไปทั่วโลก โดยเสียงของ Big Ben เมื่อได้ฟังแล้วก็ต้องจับใจยิ่งนัก จนมีการนำเอาเสียงมาใช้สำหรับนาฬิกาตั้งในบ้าน

 

 

     
 

หอคอยแห่งลอนดอน (Tower of London)
เป็นพระราชวังหลวงและป้อมปราการ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเทมส์ กรุงลอนดอน สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ (Romanesque) ตัวปราสาทตั้งอยู่ภายในโบโรแห่งทาวเวอร์แฮมเล็ทส์ (Borough of Tower Hamlets) และแยกจากด้านตะวันออกของกรุงลอนดอน ด้วยลานโล่งที่เรียกว่าเนินหอคอยแห่งลอนดอน (Tower Hill) ตัวหอคอยใช้เป็นป้อมพระราชวังของพระมหากษัตริย์ และที่จำขังสำหรับนักโทษที่มียศฐาบรรดาศักดิ์สูง อาทิ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 นอกจากนั้นยังเป็นที่ทรมาน-ประหารชีวิต คลังเก็บอาวุธ ท้องพระคลัง สวนสัตว์ โรงกษาปณ์หลวง หอเก็บเอกสาร หอดูดาว และเก็บรักษามงกุฏ-เครื่องราชาภิเษกของอังกฤษอีกด้วย

 

 

     
 

ไชน่าทาวน์ (London China Town)     
ด้วยปริมาณคนจีนที่เพิ่มขึ้นในลอนดอน จึงมีการกระจายตัวเกิดเป็นชุมชนและร้านอาหารจีน  มากมาย ในทศวรรษ 1970 คนจีนมีการตั้งถิ่นฐาน ณ ย่านแชฟท์บิวรี่  (Shaftesbury Avenue) โดยตั้งชุมชนเรียงรายอยู่สองฝั่งถนนเจอร์ราร์ด (Gerrard Street) ทำให้พื้นที่โซโห (Soho) ซึ่งเป็นบริเวณที่คนไม่ได้พลุกพล่านมากนักในวันวาน แปรเปลี่ยนมาเป็นศูนย์กลางของกรุงลอนดอนและเป็นชุมชนของคนเอเชียผิวเหลืองที่โด่งดังไปทั่วโลก ปัจจุบันบริเวณนี้เต็มไปด้วซุปเปอร์มาเก็ตของคนจีน ขายของนำเข้าสดใหม่ทุกวัน อาทิ ผัก ผลไม้ มาม่า ซอสปรุงอาหาร ฯลฯ นักเรียนไทยในลอนดอนรู้จักย่านนี้เป็นอย่างดีและนิยมมาจับจ่ายซื้อของ

 

     
 

ปราสาทแห่งเอดินเบิร์ก (Edinburgh Castle)  
ตั้งอยู่ในเอดินเบิร์ก (Edinburgh) เมืองหลวงแห่งสก็อตแลนด์ เป็นปราสาทที่งดงาม ที่สำคัญยังใช้ เป็นสถานที่เก็บรักษามหามงกุฎแห่งราชวงศ์อีกด้วย ในอดีตปราสาทแห่งนี้เคยถูกทำลายลงหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ได้รับการบูรณะให้กลับมาสู่ความสง่างามดังเดิม โดยตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ทำให้เป็นจุดชมเมืองได้เป็นอย่างดี และยังได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองเอเธนส์” (Athens) แห่งทิศเหนือด้วย เนื่องจากสถาปัตยกรรมการก่อสร้างที่คล้ายกับวิหารแพนธีออน (Pantheon) ในประเทศกรีซนั่นเอง

 

     
 

เมืองเคมบริดจ์ (Cambridge)
เมืองแห่งมาตรฐานการศึกษาระดับโลก ที่รวมเอาการศึกษาแนวใหม่และประวัติศาสตร์อันยาวนาน ของเมืองเข้าไว้ด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชื่อดัง “University of Cambridge” ซึ่งมีอายุกว่าหลายร้อยปี นอกจากนั้นภายในอาคารของมหาวิทยาลัย ยังมีพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ ลานกลางแจ้ง ฯลฯ  นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาเยี่ยมชมเมือง เพราะอยู่ห่างจากลอนดอนเพียง 50 นาทีเท่านั้น

     
 

เมืองอ๊อกซฟอร์ด (Oxford)  
เป็นเสมือนศูนย์กลางแห่งการศึกษา ที่ได้รวมเอาสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลกไว้ด้วยกัน อย่าง       “University of Oxford” ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในอังกฤษ มีอายุกว่า 800 ปีมาแล้ว หรือจะเป็น  “Christ Church College” ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ ในอดีตที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีของอังกฤษเป็นศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ถึง 13 ท่าน ด้วยความที่เป็นเมืองเก่า มีถนนหนทางค่อนข้างเล็ก ผู้คนในเมืองจึงนิยมใช้จักรยานเป็นพาหนะ ส่วนนักท่องเที่ยวเองก็สามารถเดินเท้าเยี่ยมชมความงามของเมืองนี้ได้อย่างสบายๆ

     
 

สโตนเฮนจ์ (Stonehenge)   
เป็นเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ตั้งอยู่กลางทุ่งราบกว้างบริเวณที่ราบซอลส์บรี (Salisbury Plain) ทางตอนใต้ของเกาะอังกฤษ  ประกอบไปด้วยแท่งหินขนาดยักษ์ 112 ก้อน ตั้งเรียงกันเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง แท่งหินบางอันตั้งขึ้น บางอันอยู่ในแนวนอน และบางอันก็ถูกวางซ้อนขึ้นไปข้างบน สโตนเฮนจ์มีชื่อเสียงอย่างมากในฐานะที่เป็นกลุ่มหินประหลาด ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อ 5,000 ปีที่แล้ว สร้างความสงสัยให้แก่นักวิทยาศาสตร์และนักประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก ว่าคนในสมัยก่อนสามารถยกแท่งหินที่มีน้ำหนักกว่า 30   ตัน ขึ้นไปวางเรียงกันได้อย่างไร โดยมีผู้สันนิษฐานถึงวัตถุประสงค์ในการสร้างสโตนเฮนจ์หลากหลายประเด็น อาทิ เป็นการแสดงสัญลักษณ์ถึงอวัยวะเพศหญิง สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชนกลุ่ม ที่นับถือลัทธิดรูอิต, เป็นการสร้างเพื่อหวังผลทางดาราศาสตร์ ฯลฯ

     
 
 
 
 
       
       
  Tel: 02-3201745-6, 085-666-3963 Fax: 02-3201747 Email: booking.happygroup@gmail.com